ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคืออะไร? ก่อนลงทุนต้องรู้อะไรบ้าง

ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนมากขึ้น เนื่องจากสังคมไทยในปัจจุบันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่ธุรกิจนี้ไม่ใช่เพียงแค่สร้างที่พื้นที่ไว้สำหรับดูแลผู้สูงวัยเท่านั้น ผู้ลงทุนต้องวางแผนตั้งแต่ กลุ่มผู้รับบริการ รูปแบบบริการ ทำเล บุคลากร เงินลงทุน รายได้ ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการขออนุญาต
บทความนี้สรุปพื้นฐานที่ควรรู้สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และต้องการเห็นภาพก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคืออะไร?
ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คือ ธุรกิจที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยจัดทั้งสถานที่ บุคลากร และบริการให้เหมาะกับระดับการดูแลของแต่ละคน ผู้ใช้บริการอาจต้องการการดูแลไม่เท่ากัน สิ่งแรกที่ต้องรู้ก่อนเปิดศูนย์คือ เราต้องการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มไหน
ทำไมธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุถึงได้รับความสนใจ?
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว ในปี 2568 มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14.08 ล้านคน หรือ 21.7% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้สูงอายุและรูปแบบครอบครัวที่เปลี่ยนไป
ด้านจำนวนผู้ให้บริการก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในปี 2568 ประเทศไทยมี Nursing Home ที่เปิดให้บริการ 944 โครงการ เพิ่มขึ้น 13.5% จาก 832 โครงการในปีก่อน และกว่า 98% เป็นผู้ให้บริการภาคเอกชน
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น แต่การแข่งขันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้ที่สนใจลงทุนจึงควรศึกษาทั้งกลุ่มลูกค้า ทำเล คู่แข่ง และกำลังซื้อในพื้นที่ก่อนเริ่มโครงการ
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีรูปแบบไหนบ้าง?
โดยทั่วไปสามารถแบ่งรูปแบบบริการให้เข้าใจง่ายได้เป็น 3 กลุ่ม
1.การดูแลระหว่างวัน (Day Care)
ผู้สูงอายุมาใช้บริการในช่วงกลางวันและกลับบ้านช่วงเย็น เหมาะกับครอบครัวที่ไม่มีคนดูแลระหว่างวัน
2.การจัดให้มีที่พำนักอาศัย (Retirement Home)
เน้นการพักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่ง โดยมีผู้ดูแลและบริการช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน
3.การดูแลโดยมีการพักค้างคืน (Nursing Home)
เป็นศูนย์ดูแลที่มีการพักค้างคืนตลอด 24 ชั่วโมงเน้นดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยระยะพักฟื้น หรือผู้มีปัญหาสุขภาพที่ต้องการการดูแลทางการพยาบาลอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
ยิ่งผู้รับบริการต้องการการดูแลมากเท่าไร จำนวนบุคลากร อุปกรณ์ และต้นทุนในการดำเนินงานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ก่อนลงทุน ต้องรู้ก่อนว่าจะรับลูกค้ากลุ่มไหน
หากเลือกกลุ่มเป้าหมาย คือ “ผู้สูงอายุ” ยังเป็นกลุ่มที่กว้างเกินไปสำหรับการวางแผนธุรกิจ ผู้ลงทุนควรกำหนดให้ชัดว่าจะเน้นกลุ่มใด เช่น
ผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้
ผู้สูงอายุที่ต้องการคนดูแลบางช่วงเวลา
ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย
ผู้สูงอายุที่ครอบครัวไม่สามารถดูแลได้ตลอดวัน
ผู้ที่ต้องการการดูแลหรือพักฟื้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ซึ่งผู้ใช้บริการกับผู้ตัดสินใจซื้ออาจไม่ใช่คนเดียวกัน ผู้สูงอายุเป็นผู้ใช้บริการ แต่ลูกหลานหรือครอบครัว ส่วนมากเป็นผู้ค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบสถานที่ และตัดสินใจเลือกศูนย์
ดังนั้น ศูนย์ต้องดูแลผู้สูงอายุได้ดีตามมาตรฐาน และในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัวด้วย
ทำเลศูนย์ดูแลผู้สูงอายุควรดูอะไรบ้าง?
ทำเลศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องมีคนเดินผ่านจำนวนมากเหมือนร้านค้าหรือร้านอาหาร สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ การเดินทาง ความเหมาะสมของพื้นที่ และกลุ่มลูกค้าในบริเวณนั้น
ก่อนเลือกทำเลควรดูว่า
ครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมสะดวกหรือไม่
รถรับ-ส่งเข้าออกได้ง่ายหรือไม่
อยู่ห่างจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลมากเกินไปหรือไม่
สภาพแวดล้อมเหมาะกับการพักอาศัยหรือไม่
อาคารสามารถปรับให้เหมาะกับผู้สูงอายุได้หรือไม่
ค่าเช่าเหมาะกับรายได้ที่คาดว่าจะได้รับหรือไม่
พื้นที่นั้นมีกลุ่มลูกค้าและคู่แข่งมากน้อยแค่ไหน
ทำเลที่ดีจึงไม่ใช่เพียงทำเลที่คนเยอะ แต่ต้องเป็นทำเลที่ ลูกค้าเข้าถึงได้และธุรกิจสามารถแบกรับต้นทุนได้
เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุต้องใช้เงินกับอะไรบ้าง?
งบลงทุนไม่ได้มีเฉพาะค่าตกแต่ง ควรแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน
เงินที่ใช้ก่อนเปิด
เช่น ค่าเช่าและเงินประกัน ค่าออกแบบและปรับปรุงพื้นที่ เตียง เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ ระบบความปลอดภัย ค่าเอกสาร และค่าเตรียมเปิดกิจการ
เงินที่ต้องใช้หลังเปิด
เช่น เงินเดือนบุคลากร ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าอาหาร วัสดุสิ้นเปลือง ค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมบำรุง และการตลาด
ตัวอย่างงบลงทุน
สมมติเปิดศูนย์ประมาณ 20 เตียง โดยเช่าอาคารเดิมและปรับปรุงพื้นที่ใหม่
*ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ราคามาตรฐาน เพราะแต่ละโครงการมีขนาด สภาพอาคาร และรูปแบบบริการไม่เหมือนกัน
สิ่งสำคัญคือควรคิดทั้ง เงินลงทุนก่อนเปิด + เงินสำหรับประคองธุรกิจหลังเปิด
ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีรายได้อย่างไร?
รายได้หลักของศูนย์ส่วนใหญ่มาจากค่าบริการของผู้ใช้บริการ เช่น
ค่าบริการรายเดือนสำหรับผู้พักค้าง
ค่าบริการรายวันสำหรับแบบไป-กลับ
ค่าบริการเพิ่มเติมตามรูปแบบบริการของแต่ละศูนย์
ราคาค่าบริการควรคำนวณจากต้นทุนของธุรกิจ ไม่ควรดูราคาคู่แข่งแล้วตั้งตามเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละศูนย์อาจมีค่าเช่า จำนวนบุคลากร และต้นทุนในการดูแลแตกต่างกัน
ตัวอย่างรายได้ ศูนย์ 20 เตียงหาเงินได้เท่าไร?
สมมติศูนย์มี 20 เตียง และคิดค่าบริการเฉลี่ย 25,000 บาท ต่อคน/เดือน หากมีผู้เข้าพักเต็ม 20 คน จะมีรายได้ประมาณ 20 × 25,000 = 500,000 บาทต่อเดือน แต่ในความเป็นจริง ช่วงเริ่มต้นอาจยังมีลูกค้าไม่เต็ม
จุดนี้สำคัญมาก เพราะ มี 20 เตียง ไม่ได้หมายความว่าจะมีรายได้จาก 20 เตียงตั้งแต่เดือนแรก
ผู้ลงทุนจึงต้องเตรียมเงินไว้รองรับช่วงที่จำนวนลูกค้ายังไม่เต็มด้วย
จุดคุ้มทุนคืออะไร? ทำไมต้องรู้ก่อนลงทุน
จุดคุ้มทุน คือ ระดับที่รายได้ของธุรกิจเพียงพอกับค่าใช้จ่าย
ตัวอย่าง
หากศูนย์มีค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน และเก็บค่าบริการเฉลี่ย 25,000 บาทต่อคน
ถ้าคิดแบบเบื้องต้น ธุรกิจต้องมีผู้ใช้บริการประมาณ 12 คน จึงจะมีรายได้ 300,000 บาทต่อเดือน
หากศูนย์มี 20 เตียง เท่ากับต้องมีผู้เข้าพักประมาณ 60%
การคำนวณจริงจะต้องดูค่าใช้จ่ายต่อคนและค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม แต่ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นว่า ผู้ลงทุนควรรู้ตั้งแต่ก่อนเปิดว่า ต้องมีลูกค้าอย่างน้อยกี่คนจึงจะเริ่มอยู่ได้
บุคลากรเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นธุรกิจที่ใช้คนในการให้บริการค่อนข้างมาก
จำนวนบุคลากรขึ้นอยู่กับ
จำนวนผู้สูงอายุ
ระดับการดูแลที่ต้องการ
รูปแบบการให้บริการ
ชั่วโมงทำงานและการจัดกะ
นอกจากผู้ดูแลแล้ว ยังอาจมีงานด้านบริหาร อาหาร ทำความสะอาด และงานสนับสนุนอื่น ๆ
ดังนั้นก่อนตั้งราคาค่าบริการ ต้องนำ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร มาคำนวณด้วยเสมอ
เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุต้องขออนุญาตหรือไม่?
การเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุต้องตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับประเภทบริการ สถานที่ บุคลากร ผู้ดำเนินการ และเอกสารเรื่องนี้ควรตรวจสอบ ก่อนเช่าหรือซื้ออาคาร เพราะหากลงทุนตกแต่งไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่าพื้นที่ต้องแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนด อาจทำให้งบเพิ่มและเสียเวลาโดยไม่จำเป็น
ความเสี่ยงที่มือใหม่ควรรู้ก่อนลงทุน
ความเสี่ยงที่พบได้ตั้งแต่ช่วงวางแผน ได้แก่
เลือกกลุ่มลูกค้าไม่ชัด ทำให้วางบริการและราคาได้ยาก
เปิดศูนย์ใหญ่เกินไป ทำให้ต้นทุนสูงก่อนที่จะมีลูกค้าเต็ม
คาดว่าลูกค้าจะเต็มเร็วเกินไป ทำให้เงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ
ตั้งราคาตามคู่แข่งอย่างเดียว โดยไม่รู้ต้นทุนของตัวเอง
ใช้งบหมดกับการตกแต่ง จนไม่มีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายหลังเปิด
รีบเซ็นเช่าอาคาร ก่อนตรวจสอบว่าพื้นที่เหมาะกับการเปิดศูนย์หรือไม่
การวางแผนก่อนลงทุนจึงช่วยลดการแก้ปัญหาที่มีค่าใช้จ่ายสูงในภายหลังได้มาก
สรุป ก่อนลงทุนธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องรู้อะไรบ้าง?
การลงทุนศูนย์ดูแลผู้สูงอายุควรเริ่มจากการเข้าใจธุรกิจก่อน ผู้ลงทุนควรรู้ให้ชัดว่า จะดูแลใคร ให้บริการแบบไหน รองรับกี่คน ต้องใช้พื้นที่และบุคลากรเท่าไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และต้องมีลูกค้าประมาณกี่คนจึงจะคุ้มกับการดำเนินงาน
เมื่อข้อมูลเหล่านี้ชัดแล้ว จึงค่อยเลือกทำเล วางแปลน และกำหนดงบลงทุน จะช่วยให้วางแผนโครงการได้ตรงกับความเป็นจริงและลดความเสี่ยงจากการลงทุนผิดตั้งแต่ต้น



ความคิดเห็น