top of page

เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องเริ่มต้นอย่างไร?

รูปภาพนักเขียน: Decco develop
Decco develop
17 ก.ย.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 21 ก.ย.

เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องเริ่มต้นอย่างไร

อยาก เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน เราจะมาทำความเข้าใจกับ ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ที่มีความต้องการมากขึ้นตามสังคมผู้สูงวัยในประเทศไทย

บทความนี้จะนำ 7 เรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนจริง เพื่อให้คนที่กำลังสนใจธุรกิจนี้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น และรู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเปิดศูนย์ดูแล


1.ทำความรู้จักลักษณะกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ความแตกต่างของ 3 ประเภทกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ตามหลักเกณฑ์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แบ่งตามลักษณะการให้บริการออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่

รูปแบบ

ลักษณะการให้บริการ

เหมาะกับรูปแบบไหน

1. Day Care

ดูแลผู้สูงอายุระหว่างวัน ไม่มีพักค้างคืน

ผู้สูงอายุมาทำกิจกรรม รับการดูแลช่วงกลางวัน แล้วกลับบ้าน

2. Residential Home

ดูแลผู้สูงอายุ และมีที่พำนักอาศัย

ผู้สูงอายุที่ต้องการพักอาศัยอยู่ภายในศูนย์

3. Nursing Home

ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง และมีการพักค้างคืน

ผู้ที่ต้องการการดูแลและช่วยเหลือใกล้ชิดมากขึ้น

ดังนั้น การเปิดศูนย์ดูแลประเภทที่ 1 Day Care จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการเริ่มจากขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่ได้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ในปัจจุบันนี้ประเภทกิจการที่น่าสนใจ คือ ประเภทที่ 2 Residential Home เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ เน้นที่พัก ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต และประเภทที่ 3 Nursing Home เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง

2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบบริการ

หลังจากที่ทำความเข้าใจกับประเภทกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแล้ว ต่อมากำหนดว่าเราต้องการเปิดศูนย์ดูแลประเภทไหน กลุ่มเป้าหมายคือใคร จะวางบริการระดับไหนให้เหมาะสมกับศูนย์ของเรา


กำหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบบริการ



ตัวอย่างการเลือกโมเดลธุรกิจ

หากทำเลอยู่ในเขตชุมชนเมือง มีกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีกำลังซื้อ และมีความต้องการที่พักระยะยาว อาจนำ Residential Home มาศึกษาเป็นรูปแบบหลัก


ถ้าหากพื้นที่มีความต้องการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด อาจพิจารณารูปแบบ Nursing Home ซึ่งจะต้องวางแผนบุคลากรและต้นทุนในการดูแลเพิ่มเติม


3. เลือกทำเลและตรวจอาคารก่อนลงทุน

ทำเลที่ดีควรเลือกจากทั้ง “ความสะดวกในการดูแล” และ “โอกาสทางธุรกิจ”


เลือกทำเลและตรวจอาคารก่อนลงทุน



สถานที่เป็นอาคารสร้างใหม่ บ้านเดิม หรืออาคารเช่าที่นำมารีโนเวทก็ได้ แต่ทำเลศูนย์ดูแลผู้สูงอายุควรเดินทางสะดวก อยู่ในสภาพแวดล้อมสงบและปลอดภัย ใกล้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล และอยู่ในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีกำลังซื้อ ก่อนตัดสินใจควรสำรวจจำนวนคู่แข่งและความต้องการของตลาดในพื้นที่ เพื่อประเมินว่าทำเลนั้นมีโอกาสรองรับธุรกิจได้จริง


4. วางแปลนและออกแบบศูนย์ให้เหมาะกับผู้สูงอายุ

เมื่อได้ทำเลและสถานที่แล้ว ต่อมาคือการวางแปลน โดยควรออกแบบจากรูปแบบบริการและจำนวนผู้รับบริการเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับหลักการออกแบบ Universal Design เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่างสะดวก


วางแปลนและออกแบบศูนย์ให้เหมาะกับผู้สูงอายุ



เช่น ทางเดินภายในที่สะดวก ห้องพักที่ปลอดภัย ห้องน้ำและพื้นที่ที่รองรับผู้สูงอายุ รวมถึงพื้นที่สำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน


กรมสนับสนุนบริการสุขภาพมีแบบตรวจมาตรฐานแยกตามลักษณะการให้บริการ จึงควรตรวจข้อกำหนดก่อนเริ่มงานก่อสร้างหรือรีโนเวทจริง เพื่อลดปัญหาการแก้แบบและค่าใช้จ่ายภายหลัง


5. วางงบประมาณทั้งก่อนเปิดและหลังเปิดศูนย์ดูแล

ก่อนลงทุนควรแยกงบประมาณออกเป็น 2 ส่วน

แยกงบออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ งบลงทุนก่อนเปิด (Initial Investment) และค่าใช้จ่ายหลังเปิดดำเนินงาน (Operating Cost) เพื่อให้เห็นต้นทุนจริงของธุรกิจและเตรียมเงินทุนหมุนเวียนได้เพียงพอ แนะนำว่าควรมี เงินทุนหมุนเวียนรองรับช่วงที่จำนวนผู้เข้าพักยังไม่เต็ม โดยทั่วไปควรวางแผนสำรองค่าใช้จ่ายอย่างน้อยประมาณ 6–12 เดือน แล้วคำนวณว่าแต่ละเดือนต้องมีผู้เข้าพักกี่เตียงจึงจะถึงจุดคุ้มทุน


วางงบประมาณทั้งก่อนเปิดและหลังเปิดศูนย์ดูแล



ตัวอย่าง เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 20 เตียง

  • งบก่อนเปิด เช่น ค่ารีโนเวท 1.5 ล้านบาท เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ 500,000 บาท ค่าเอกสาร ระบบ และการตลาด 200,000 บาท รวมประมาณ 2.2 ล้านบาท 

  • งบหลังเปิด เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่า อาหาร ค่าน้ำไฟ และของใช้ต่าง ๆ รวมประมาณ 300,000 บาท/เดือน 


ถ้าคิดค่าบริการเฉลี่ย 25,000 บาท/เตียง/เดือน ศูนย์ต้องมีผู้เข้าพักประมาณ 12 เตียง จะมีรายได้ราว 300,000 บาท และเริ่มครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำได้ จึงถึงจุดคุ้มทุนด้านการดำเนินงาน (ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด งบจริงควรคำนวณตามทำเล จำนวนเตียง รูปแบบบริการ และจำนวนบุคลากร)


6. จัดหาบุคลากรให้เหมาะกับจำนวนผู้รับบริการ

บุคลากรเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และมีผลโดยตรงต่อคุณภาพการให้บริการ วางแผนจำนวนบุคลากรจากรูปแบบการให้บริการ จำนวนผู้สูงอายุ และระดับการบริการ ตามรูปแบบของศูนย์ เพื่อให้ดูแลได้ต่อเนื่องและไม่ทำให้ต้นทุนบุคลากรสูงเกินความจำเป็น


จัดหาบุคลากรให้เหมาะกับจำนวนผู้รับบริการ



บุคลากรหลักประจำศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

1.ผู้ประกอบกิจการ เจ้าของหรือผู้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ

2.ผู้ดำเนินการ ผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของศูนย์ดูแล

3.ผู้ให้บริการ บุคลากรที่ดูแลผู้สูงอายุโดยตรง โดยต้องมีคุณสมบัติและขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

4.ทีมสนับสนุน เช่น แม่บ้าน ครัว ธุรการ เจ้าหน้าที่ต้อนรับ หรือเจ้าหน้าที่กิจกรรม


ตัวอย่าง เช่น กิจการประเภทที่ 3 ที่ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบพักค้างคืน มาตรฐานกำหนดให้มี ผู้ให้บริการ 1 คนต่อผู้รับบริการไม่เกิน 5 คน และควรวางจำนวนคนให้เพียงพอในแต่ละช่วงเวลาด้วย เพราะศูนย์ที่ดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ กับศูนย์ที่รับผู้มีภาวะพึ่งพิง จะใช้ทีมงานต่างกัน


7. เตรียมเอกสารและดำเนินการขออนุญาต

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในข้อสุดท้ายนี้ คือขั้นตอนการเตรียมเอกสารสำหรับยื่นขออนุญาต ก่อนเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรเตรียม เอกสารของผู้ประกอบการ เอกสารสถานที่ แบบแปลน รายละเอียดการให้บริการ บุคลากร และผู้ดำเนินการ ให้ครบตั้งแต่ต้น


เตรียมเอกสารและดำเนินการขออนุญาต



เอกสารสำคัญสำหรับยื่นขออนุญาตเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

1. เอกสารเกี่ยวกับผู้ประกอบกิจการ เช่น เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ หนังสือรับรองนิติบุคคล วัตถุประสงค์ของกิจการ และข้อมูลผู้มีอำนาจลงนาม โดยกรณีเปิดในนามบุคคลธรรมดา เอกสารที่ใช้จะแตกต่างออกไป

2. เอกสารเกี่ยวกับบุคลากร เช่น เอกสารของผู้ดำเนินการ ผู้ให้บริการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักฐานคุณสมบัติหรือการขึ้นทะเบียนตามที่กำหนด

3. เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ เช่น โฉนดหรือสิทธิในการใช้สถานที่ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมใช้สถานที่ เอกสารเกี่ยวกับอาคาร แบบแปลน รวมถึงแผนผังและภาพถ่ายของสถานประกอบการ

4. ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ เช่น ลักษณะการให้บริการ จำนวนผู้รับบริการหรือจำนวนเตียง พื้นที่ให้บริการ และข้อมูลประกอบการยื่นขออนุญาตตามแบบที่กำหนด


แนะนำให้ตรวจแบบและข้อกำหนดก่อนเริ่มก่อสร้างหรือรีโนเวท เพราะหากจัดพื้นที่ไม่ตรงมาตรฐาน อาจต้องแก้แบบและงานก่อสร้างภายหลัง ทำให้งบและระยะเวลาเพิ่มขึ้น ควรเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งที่ได้มาตรฐานและมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบตกแต่งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ


สรุป เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรเริ่มจากอะไร?

หากเรียงลำดับตั้งแต่เริ่มต้น สามารถวางแผนได้ดังนี้

1. เลือกลักษณะกิจการ

2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายและบริการ

3. วิเคราะห์ทำเลและตรวจสถานที่

4. วางแปลนและออกแบบตามมาตรฐาน

5. คำนวณงบลงทุนและจุดคุ้มทุน

6. วางแผนบุคลากร

7. เตรียมเอกสารและดำเนินการขออนุญาต


สิ่งสำคัญที่สุดคือ วางแผนให้ครบก่อนเริ่มลงทุนก่อสร้าง เพราะการตัดสินใจในช่วงแรกจะส่งผลต่อทั้งงบประมาณ ระยะเวลาในการเปิด และต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว


Nursing Connect ให้คำปรึกษาการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตั้งแต่การวางแผนโครงการ วิเคราะห์พื้นที่ วางแปลนและออกแบบ ไปจนถึงการเตรียมเอกสารและดำเนินการขออนุญาต เพื่อให้แต่ละขั้นตอนของการเปิดศูนย์เป็นไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ต้น สามารถสอบถามและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @deccodesign

สอบถามปรึกษา แอดไลน์ @deccodesign

ความคิดเห็น


bottom of page